• ลิเวอร์พูลแชมป์ซูเปอร์คัพ

    เชื่อว่า ลิเวอร์พูลนั้น มีความถูกโฉลกกับเมืองอิสตันบูลอย่างน่าประหลาด ในแชมเปี้ยนส์ลีก นัดชิงปี 2005 ก็มาได้แชมป์ที่เมืองนี้ ดังนั้นเมื่อโปรแกรมซูเปอร์คัพ ต้องแข่งที่อิสตันบูล หลายคนจึงเชื่อว่า ลิเวอร์พูลอาจมีความมั่นใจบางอย่างเพิ่มขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ก่อนที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะพาทีมคว้าแชมป์ที่ 2 ในการเป็นกุนซือของลิเวอร์พูลได้อย่างระทึกใจ ด้วยการเฉือนจุดโทษเหนือเชลซี ชนิดที่ต้องวัดกันถึงลูกสุดท้าย  SBOBET24

    ไลน์อัพเกมนี้น่าสนใจดี เพราะหงส์จำเป็นต้องโรเทชั่น เนื่องจากโปรแกรมพรีเมียร์ลีกนัดที่ 2 กับเซาธ์แฮมป์ตัน เตะวันเสาร์เวลาสามทุ่มที่ไทย มันแปลว่า คล็อปป์ต้องพักนักเตะบางคนเอาไว้ ไม่ให้กรอบเกินไป ไม่งั้นในเกมเจอเซาธ์ลำบากแน่ฟีร์มีโน่, เทรนต์, ไวจ์นัลดุม ได้พักทั้งหมด

    ในครึ่งแรกเป็นเชลซีที่เล่นได้ดีแบบข่มหงส์แดงมิดเลยจริงๆ ปัญหาของหงส์ที่เห็นคือ กองหลังของลิเวอร์พูล “แข็งแกร่งด้านเดียว” คือฝั่งซ้ายปึ้กสุดๆ เพราะมีแอนดี้ โรเบิร์ตสัน กับ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ยืนอยู่ เราจะเห็นได้เลยว่าเชลซีแทบไม่เจาะฝั่งซ้ายของลิเวอร์พูลเลยตรงข้ามกับฝั่งขวา ที่ดูอ่อนยวบกว่า เชลซีลุยแหลกตลอดครึ่งแรก ยัดใส่ด้านขวาที่มีโจเอล มาติป ยืนคู่กับโจ โกเมซนี่แหละ

    หงส์ควรจะโดนหลายครั้งแล้ว ตั้งแต่จังหวะเปโดร ยิงชนคาน , เอเมอร์สันซัดกึ่งยิงกึ่งผ่าน รวมถึงประตูที่พูลิซิชยิงเข้าแต่ไม่ได้ ทั้งหมดมาจากการขึ้นเกมบุกด้านขวาของลิเวอร์พูลทั้งสิ้น ซึ่งในที่สุดเชลซีก็ลุยแหลกจนยิง 1-0 จนได้ จากโอลิวิเยร์ ชิรูด์ (ซึ่งก็เป็นการโจมตีด้านขวาเช่นกัน)

    โจ โกเมซ ดูไม่เหมาะกับแบ็กขวาเท่าไหร่นัก ที่ผ่านมาเขาโดนจับมาเล่นเซ็นเตอร์แบ็กเต็มตัวแล้ว พอต้องกลับมายืนฟูลแบ็กอีกที ดูขาดๆเกินๆ เติมบอลไม่ถูกจังหวะ ครอสบอลไม่แม่น แถมจับบอลลั่นอีกต่างหาก อะไรๆก็ดูติดขัดไปหมด ประตูที่หงส์เสีย ก็เป็นเพราะเขาเปิดพื้นที่ให้ชิรูด์วิ่งไปล่อเป้าซัดอย่างง่ายๆ

    นัดนี้โกเมซ ทำให้เอเมอร์สันแบ็กซ้ายของเชลซี เติมเกมได้สนุกยังกับเป็นโรแบร์โต้ คาร์ลอสเลย หลังๆจอร์แดน เฮนเดอร์สันต้องถอยลงมาช่วยด้วยอีกคน คือถ้าแก้ขัดนิดหน่อยพอได้ แต่ในระยะยาวโกเมซกับแบ็กขวานี่ ดูไม่เหมาะเท่าไหร่

    ปัญหาของลิเวอร์พูลในครึ่งแรก คือในแนวรุกไม่มีใครเก็บบอลได้เลย อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, ซาลาห์ และ มาเน่ เป็นตัวจี๊ดที่เร็วจัดจ้านมาก แต่ประเด็นคือถ้าไม่มีคนคอยจ่ายบอลให้ ตัวจี๊ดๆเหล่านี้เล่นไม่ได้เลย ดังนั้นเห็นได้ชัดว่า ลิเวอร์พูลต้องมีนักเตะอย่างโรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ด้วย เพื่อทำหน้าที่เชื่อมเกมรุกทั้ง 3 คนเอาไว้ด้วยกัน

    สุดท้ายคล็อปป์ต้องเปลี่ยนตัวเร็ว ตั้งแต่นาทีที่ 46 ฟีร์มีโน่ ลงมาแทนอ็อกซ์ เมื่อฟีร์มีโน่ลงมา แนวรุกกลับไปยืนตำแหน่งตามถนัด มาเน่โยกไปซ้าย ซาลาห์ไปขวา ฟีร์มีโน่ยืนกลาง ทุกอย่างกลับคืนสภาวะปกติ เกมรุกที่ตื้อๆ กลับมาอันตรายทันควัน พนันออนไลน์

    ฟีร์มีโน่มีประโยชน์มากๆ เมื่อบอลอยู่กับเท้าเขา สามารถพลิกไปเองได้ หลอกยิงได้ หรือจ่ายออกข้างให้เพื่อนได้ คือครบเครื่องมากๆ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน เป็นผู้เล่นที่ดี แต่นี่คือเกมแรกในรอบ 14 เดือน ที่เขาลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมทางการ ซึ่งต้องให้เวลากับเขาหน่อย การลงตัวจริงในเกมกดดันขนาดนี้ มันยากไปนิด แถมโดนโยกไปยืนปีกซ้ายอีก

    จะว่าไปแล้ว ครั้งสุดท้ายที่เราเห็นอ็อกซ์ยืนปีก นี่เมื่อไหร่กันนะ เพราะในยุคคล็อปป์เขาก็เล่นเป็นมิดฟิลด์มาตลอด เกมนี้ทุกคนจับตามอง “อาเดรียน” นายทวารมือ 2 ที่ต้องรับบทบาทตัวจริงในช่วงเดือนนี้ แทนอลิสซอน เบ็คเกอร์ คือผลงานของเขาก็พอโอเค มีช็อตเซฟจุดโทษของแทมมี่ อับราฮัม, ช็อตสกัดบอลหลุดเดี่ยวของโควาซิชในครึ่งแรก รวมถึง ลูกเซฟมือเดียวในจังหวะยิงของ เมสัน เมาท์

    แต่ช็อตพลาดก็มีเยอะเหมือนกัน เช่นการทำเสียจุดโทษในนาที 110 ที่ไปรวบขาโดยไม่มีความจำเป็นเลย คือยังนิ่งน้อยไป รวมถึงพอได้บอลแล้ว แทนที่จะเซ็ตบอลสั้นๆ ในสไตล์ปกติ ก็สาดยาวตูม จนเสียของไปดื้อๆ ก็มี

    ทั้งเกมอาเดรียนสาดยาวไป 17 หน เข้าเป้าไปแค่ 10 ครั้ง แปลว่าเขาจ่ายเสียบอลไปถึง 7 ครั้งเลยนะ นี่เป็นจุดที่เขาต้องปรับให้ดีกว่านี้ เพื่อช่วยทีมให้มากที่สุดก่อนที่อลิสซอนจะคัมแบ็กกลับมา

    สำหรับลิเวอร์พูล คิดว่าคนที่เด่นที่สุด มี 3 คนในเกมนี้ คนแรกคือมาเน่ ที่ยิง 2 ประตู จบสกอร์ได้เด็ดขาดมาก แต่คล็อปป์ก็จำใจต้องเปลี่ยนตัวออก เพราะอย่าลืม อีกแค่ 3 วัน มาเน่ก็น่าจะต้องลงตัวจริงเกมเจอเซาธ์แฮมป์ตัน ถ้าโหมหนักเกินไป ก็คงไม่ดี

    คนที่ 2 คือฟีร์มีโน่ตัวสำรองที่มาพร้อมแอสซิสต์ และคนที่ 3 คือเวอร์จิล ฟาน ไดค์ ที่ยืนหยัดหนักแน่น จังหวะดวลตัวต่อตัวไม่มีใครชนะเขาได้ ในช่วงท้ายๆเกม มีช็อตที่เปโดร ที่จี๊ดมากๆในนัดนี้ วัดกันตัวต่อตัวกับฟาน ไดค์ สุดท้ายเจอฟาน ไดค์ ดันจนล้มกลิ้งไปเลย นี่คือเทคนิคการยืนตำแหน่งอันเฉียบขาดของแท้ ทางเข้าSBOBET

    ชัยชนะเกมนี้ของลิเวอร์พูล เป็นเครื่องยืนยันว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่ทีมนี้ เริ่มชนะในนัดชิง พวกเขาจะชนะมันไปได้เรื่อยๆ ก่อนหน้านี้ในยุคคล็อปป์ หงส์เข้าชิงทั้งลีกคัพ, ยูโรป้า และ แชมเปี้ยนส์ลีก แต่ก็แพ้เรียบทุกเกม อย่างไรก็ตามพอชนะแชมเปี้ยนส์ลีกในซีซั่นที่ผ่านมา ทุกคนมีความมั่นใจในการเล่นเกมนัดเดียวจบ ดังนั้นความรู้สึกของแฟนหงส์จึงมั่นใจมาก

    ว่าทีมจะกลับมาได้ แม้จะโดนนำไปก่อนก็ตามที

     SBOBET24

    ลิเวอร์พูลแชมป์ซูเปอร์คัพSBOBET24

    Categories: Uncategorized

    ใส่ความเห็น

    อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *