• ไม่มีใครช่วย”เมสซี่”ได้ SBOBET24h

    เรียกว่าแฟนบอลอาร์เจนติน่า นี่น้ำตาตกกันทั่วโลกเลยก็ว่าได้ จากเหตุที่ทัพ “ฟ้าขาว” นั้นพ่ายให้กับ โครเอเชียด้วยสกอร์ที่เละเหลือเชื่อถึง 0-3 และความหวังและกำลังใจหนึ่งเดียวของพวกเขาก็เช่นกัน สิ่งที่ ลีโอเนล เมสซี ทำมีแค่การก้มมองลงไปที่พื้นด้วยแววตาที่ไม่อาจปิดกั้นความเจ็บปวดเอาไว้ได้

    ความพ่ายแพ้หรือความผิดหวังต่อผลการแข่งขันและโอกาสในรายการใหญ่อย่างฟุตบอลโลกนั้นไม่ใช่ถึงกับเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับมัน แต่การพลาดแบบไม่น่าให้อภัยของ วิลลี กาบาเยโร ที่นำไปสู่การเสียประตูแรกซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะนั้นเป็นสิ่งที่นักเตะอาร์เจนไตน์ทุกคนหมดปัญญาจะสรรหาคำอะไรมาใช้บรรยายความรู้สึกที่อยู่ข้างใน SBOBET24

    อาร์เจนตินาแพ้ได้ แต่ในขณะที่ทุกคนในสนามกำลังพยายามต่อสู้อย่างเต็มที่ในการประมือกับทีมที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริงเช่นโครเอเชีย พวกเขาจะมาเสียประตูด้วยความผิดพลาดระดับเด็กอนุบาลแบบนี้ไม่ได้ มันทำลายสิ่งที่ทีม -ซึ่งความจริงก็ไม่อยู่ในสภาพที่สมประกอบนักได้พยายามสร้างมา

    เหนืออื่นใด มันได้ทำลายความหวังของคนที่เป็นศูนย์รวมของทีมอย่างเมสซีด้วย อย่างที่เรารู้ครับว่าไม่เพียงเฉพาะคนอาร์เจนตินา หากแต่มีแฟนบอลอีกมากมายมหาศาลทั่วโลกที่อยากเห็นเมสซีได้สัมผัสกับโทรฟี แชมป์โลก สักครั้ง

    ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา มันเป็นสิ่งล้ำค่าสิ่งสุดท้ายที่นักฟุตบอลที่ได้รับการยกย่องว่าเก่งที่สุดคนหนึ่งปรารถนาและพยายามจะทำความฝันสุดท้ายของเขาให้กลายเป็นความจริงให้ได้ เมสซี พาทีมไปได้ไกลที่สุดในฟุตบอลโลกเมื่อ 4 ปีที่แล้วในเกมนัดชิงชนะเลิศกับเยอรมนี ขณะที่ตัวเขาเข้าใกล้กับถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลกมากที่สุดในระยะห่างเพียงหางตา แต่ไม่อาจเอื้อมมือที่จะไปคว้ามันได้ SBOBET24h

    สำหรับครั้งนี้ในวัย 30 ปี และกำลังจะครบ 31 ปีในอีก 2 วันข้างหน้า ฟุตบอลโลกครั้งนี้น่าจะเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายสำหรับเขาแล้ว นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้คนจำนวนมากเอาใจช่วยเขาเป็นพิเศษ เช่นกันกับทุกคนในอาร์เจนตินาที่ฝากความหวังเอาไว้บนสองบ่าของนักฟุตบอลที่พวกเขาเชื่อกันว่าสามารถดลบันดาลให้เกิดอะไรขึ้นก็ได้

    แต่ความคิดนั้นผิด เพราะเมสซีได้พิสูจน์ให้เราได้เห็นสัจธรรมที่ยิ่งใหญ่ว่าฟุตบอลคือกีฬาที่เล่นเป็นทีม และไม่สามารถที่จะโยนความรับผิดชอบทุกสิ่งทุกอย่างให้ใครคนใดคนหนึ่งแบกรับมันเพียงลำพัง สิ่งที่เราได้เห็นตลอด 180 นาทีของอาร์เจนตินาในฟุตบอลโลกครั้งนี้คือพวกเขามีทีมที่ย่ำแย่มาก

    แย่จนแทบจะนึกไม่ออกว่าตลอดชีวิตที่ผ่านมาเคยเห็นทีมอาร์เจนตินาที่เลวร้ายขนาดนี้อีกหรือไม่ บางทีอาจจะเป็นปี 1994 ปีแห่งฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของดิเอโก มาราโดนา ซึ่งจบลงด้วยความเลวร้ายเกี่ยวกับเรื่องของสารเสพติด ปีนั้นอาร์เจนตินาเล่นเหมือนเป็นทีมดาดๆ แต่อย่างน้อยที่สุดพวกเขาก็ยังมีประตูของมาราโดนาที่เกิดจากการต่อบอลสวยงามฉบับละตินให้เป็นที่จดจำและเป็นรางวัลปลอบใจ

    แต่สำหรับครั้งนี้ไม่มีอะไรแบบนั้น อาร์เจนตินาที่อ่อนแอเกินจะรับไหวทีมนี้ไม่สามารถแม้แต่จะสยบไอซ์แลนด์ ทีมน้องใหม่ในฟุตบอลโลกได้ และมาถึงทีมที่เหนือกว่าไอซ์แลนด์ทุกด้านอย่างโครเอเชีย พวกเขาทำอะไรไม่ได้นอกจากการแพ้อย่างหมดรูป พนันออนไลน์

    ทีมของซลัตโก ดาลิช ซึ่งวางรากฐานทีมด้วยระบบการเล่นที่แข็งแกร่ง เล่นแบบเจียมเนื้อเจียมตัว แต่แฝงไว้ด้วยความแข็งแกร่งและความเด็ดขาดที่เกิดจากการเคี่ยวกรำของเหล่านักเตะระดับโลกในทีม ไม่ว่าจะเป็น ลูกา โมดริช, อีวาน ราคิติช, มาริโอ มานด์ซูคิช เรื่อยไปจนถึงเดยัน ลอฟเรน

    เพียงแต่ต้องยอมรับว่า ‘ฟ้าขาว’ ก็ทำได้ดีเหมือนกันในช่วงแรก อย่างน้อยก็สู้ยิบตาจนรักษาตัวรอดได้ 45 นาทีจนกระทั่งหายนะของกาบาเยโรที่ทำให้สถานการณ์ของอาร์เจนตินาหาทางกลับไม่พบ

    ส่วน เมสซี่ การที่บอกว่าเขาคือคนที่แบกรับทีมทั้งทีมอยู่เป็นคำพูดที่ไม่ผิด เพราะมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่นั่นหมายถึงแรงกดดันมหาศาลที่เมสซีต้องแบกรับแทนเพื่อนร่วมทีมทุกคน ซึ่งหลายคนไม่ได้คิดที่จะโยนความรับผิดชอบให้ เพียงแต่พวกเขาเองก็ไม่มีทางเลือกมากไปกว่าการฝากบอลหรือมองหาเมสซีก่อนเป็นลำดับแรกมากกว่าการจะคิด เล่น หรือทำอะไรด้วยตัวเอง

    พวกเขาเองก็คิดว่าต้องทำ เพื่อเมสซี มากกว่า เพื่อทีม ซึ่งความจริงโปรตุเกสก็เล่นด้วยแนวคิดคล้ายกันคือ เพื่อโรนัลโด แต่ความแตกต่างคือมีนักเตะฝีเท้าที่ดีกว่า และพวกเขายังคิดจะทำอะไรด้วยตัวเองบ้าง ซึ่งตรงข้ามกับอาร์เจนตินาที่บอลต้องเริ่มต้นและจบลงที่นักเตะหมายเลข 10 เพียงคนเดียว

    เมสซี ดูท้อแท้ ไม่ว่าจะกับเพื่อนร่วมทีมซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่คิดจะปิดบังผ่านภาษากาย ไม่ว่าจะด้วยสีหน้า แววตา การก้มหน้า หรือมือที่กุมขมับให้เห็นบ่อยๆ หรือการท้อแท้กับตัวเองที่ต้องแบกรับความกดดันมากมายมหาศาลตลอดระยะเวลานับสิบปี แรงกดดันที่มากล้นทำให้เขาพลาดจุดโทษอีกครั้ง ซึ่งเป็นการทำร้ายและทำลายตัวเองอย่างร้ายกาจ

    เมื่อรวมกับโค้ชที่อาจจะเคยทำผลงานได้ดีกับชิลี แต่ไม่มีอะไรสักอย่างที่เหมาะสมกับทีมอาร์เจนตินา ซึ่งหนึ่งในการตัดสินใจที่เลวร้ายที่สุดของ ซัมเปาลี คือการเปลี่ยนระบบการเล่นในยามหน้าสิ่วหน้าขวานมาใช้ระบบ

    3-4-3 ที่ตัวเองถนัด ทั้งที่ลูกทีมไม่ถนัด (นักเตะอาร์เจนตินาถนัดการเล่นระบบกองหลัง 4 คนมากกว่า) และอย่างที่เราได้เห็นกันครับว่าระบบนี้ล้มเหลวตั้งแต่ต้นจนจบ

    ผู้เล่นหลายคนที่ควรได้รับโอกาสบ้างก็ไม่ได้รับโอกาส เพราะซัมเปาลีเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองคิด ไม่นับความล้มเหลวของวงการฟุตบอลอาร์เจนตินาที่ผลิตได้แต่ตัวรุก แต่กลับไม่สามารถผลิตนักฟุตบอลชั้นดีในหลากหลายตำแหน่งได้เหมือนในอดีต การที่นักเตะอย่างฮาเวียร์ มาสเคราโน ซึ่งหมดสภาพไปแล้วในเกมระดับสูงสุดยังต้องฝืนเป็นแกนหลักนั้นบ่งบอกอะไรได้เป็นอย่างดี

    ทุกอย่างมันกำลังนำเราไปสู่จุดเริ่มต้นของตอนจบ มันอาจเป็นไปได้ที่จะมีปาฏิหาริย์อะไรบางอย่างเกิดขึ้นและนำเมสซีและอาร์เจนตินากลับมาสู่เส้นทางอีกครั้ง ซึ่งหากกลับมาได้ก็มีโอกาสเช่นกันที่พวกเขาจะไปได้ไกลเท่าที่ต้องการ เพราะฟุตบอลเป็นกีฬาที่ชื่นชอบเรื่องปาฏิหาริย์เสมอ

    แต่สิ่งที่เป็นไปได้มากกว่าคือตอนจบที่แสนเศร้าของนักฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จทุกอย่างในระดับสโมสรและชีวิตส่วนตัว แต่ไม่อาจพาทีมชาติของเขาไปสู่การเป็นแชมป์โลกได้ ทั้งๆ ที่เขาเอง

    ก็ได้พยายามทุกอย่างมาเป็นเวลาหลายปีเพียงลำพัง

    SBOBET24h

    Categories: Uncategorized

    ใส่ความเห็น

    อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *