• 250ประตูสดุดี”เวย์น รูนีย์”

    ใครจะไปเชื่อว่าจากประตูแรกที่ยิงใส่ เฟเนอร์บาห์เช่ ในแชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อปี 2004
    ถึงเวลานี้ เวย์น รูนี่ย์ จะสร้างนิยายบทใหม่ กลายเป็นแข้งระดับตำนานตัวจริงเสียงจริง หลังตะบันลูกที่ 250 ได้อย่างที่ตัวเองและใครหลายคนรอคอย
    ประตูนี้มีคุณค่าทางจิตใจ เพราะมันให้ ดาวยิงสุกรณ์โลกันตร์ กลายเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แซงหน้าเซอร์บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ที่ครองตำแหน่งมานานถึง 44 ปีเป็นที่เรียบร้อย
    “มันเป็นเกียรติยศที่ยอดเยี่ยม และผมภูมิใจกับมันมาก ไม่ใช่แค่ในวันนี้ แต่มันเริ่มตั้งแต่ประตูแรกของผมที่ทำได้กับสโมสรจนกระทั่งมาถึงวันนี้ นี่คือความภูมิใจที่ได้กลายเป็นสถิต แต่ผมยังคงลงเล่นและจะยิงประตูให้มากกว่านี้ อย่างไรก็ตามผมภูมิใจเหลือเกิน ผมไม่ได้อยากมายืนตรงนี้เพื่อมาบอกใครๆ เกี่ยวกับตัวของผมเอง ด้วยความสัตย์จริง แต่ผมคิดว่ามันเหมาะสำหรับคนที่ทำลายสถิติของเซอร์บ๊อบบี้ ชาร์ลตันลงได้ ในฐานะผู้เล่นของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด”

    20170122152614_632293344
    ในช่วงปลายฤดูกาลที่แล้วจนถึงตอนเริ่มต้นฤดูกาลนี้  และผ่านไปช่วงหนึ่งในการออกสตาร์ท รูนีย์ถูกวิจารย์อย่างหนัก ถึงฟอร์มการเล่น ที่ดูจะไม่เข้าระบบของ โชเซ่ มูรินโญ่และไม่ค่อยมีประโยชน์กับทีมมากเท่าไหร่  และที่สำคัญคำครหานี้  กระทบไปถึงทีมชาติอังกฤษ  โดยการที่เขามีชื่อติดทีมชาติอังกฤษนั้น มันสมควรหรือไม่หากเทียบกับฟอร์มนักเตะหลายๆ  คน  ในตอนนั้นที่สมควรได้รับโอกาสมากกว่าเขา
    เรื่องฟอร์มการเล่นของรูนีย์  ตอนช่วงเวลาดังกล่าว  ทีมงานSBOBET คิดว่าคงไม่ใช่แค่แฟนบอลทีมอื่น  หรือนักวิจารย์เกมส์ฟุตบอลเท่านั้นหรอกครับที่เห็นแบบนั้นเพราะแม้กระทั่งแฟนบอลของตนเองบางกลุ่มยังรู้ว่ารูนีย์  นั้นไม่มีประโยชน์และไม่ได้ช่วยอะไรให้ทีมดีขึ้นมาเลยในตอนนั้น
    เรื่องนี้ถึงแม้ผู้จัดการทีมอย่าง โชเซ่  มูรินโญ่  จะออกมาตำหนิติเตียน พวกที่ชอบว่าหรือวิจารณ์ลูกทีมของเขาทำให้ฟอร์มของลูกทีมเขานั้นตกลงไป แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็คงรู้แหละครับ  เพราะก็ไม่ได้ดันทุรังให้กับทีมของเขาลงเล่นในหลังจากที่พูดแบบนั้น  แต่การพูดสวนเพราะไม่อยากให้นักเตะกดดันจนมากเกินไป
    หลังจากนั้นในแผง  11  คนแรก  เวนย์รูนีย์  ไม่ใช่ตัวเลือกอันดับหนึ่ง และทีมก็มีผลงานดีขึ้นมา ส่วนเจ้าตัวจะได้เล่น  11  ตัวจริงในเกมส์บอลถ้วยซะมากกว่า  แต่การเป็นแบ็คอัพในฐานะตัวสำรองของเขาก็มีผลงานที่ใช้ได้ทีเดียว
    จนมาถึงฤดูกาล ดาวเตะวัย 31 ก็ยังหลุดเป็นตัวสำรองอยู่อย่างต่อเนื่อง เมื่อในแดนกลางที่เขาเคยได้รับโอกาสก็ตกเป็นของ  ไมเคิล คาร์ริค และ อันเดร์เอร์ร่า ที่ได้ยืนเป็นตัวจริงคู่กันในฤดูกาลนี้  ส่วนกองหน้านั้นไม่ต้องพูดถึง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช คือเบอร์ 1 อยู่แล้ว
    อย่างไรก็ตามในเกมล่าสุดที่ทีมกำลังจะแพ้ สโต๊ค รูนีย์ ได้รับโอกาสลงสนามในครึ่งหลัง และก็มาได้โอกาสที่มีอยู่น้อยเหลือเกินของเขาให้เกิดประโยนช์
    ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาที 94 ทีมได้ฟรีคิกเยื้องไปทางฝั่งซ้ายในระยะราว30 หลา หากเป็นนักเตะทั่วไปลูกนี้อาจจะต้องโยนเข้ามาในกรอบเขตโทษเพื่อให้เพื่อนลุ้นทำประตู แต่กลับ รูนีย์ แล้ว จิตใจเขายังมุ่งมั่นที่จะทำประตูเพื่อให้ทีมรอดพ้นจากความตายได้ สุดท้ายจึงเป็นประตูประวัติศาสตร์อย่างที่เห็น
    นับตั้งแต่ปี  2004  ที่เจ้าตัวย้ายฝากจากเมืองคู่แข่งตลอดกาล  เข้าสวมชุดสีแดง พร้อมกับสวมวิญญาณปีศาจ  เขาใช้ระยะเวลาเพียง  12  ปีเท่านั้น ก็สามารถทำสถิติขึ้นไปเทียบเท่าตำนานตลอดกาลของทีมได้  ตอนนี้สถิติมันเกิดขึ้นแล้ว  และสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือการทำลายสถิตินี้ทิ้งไปซะ  ซึ่งมันจะเกิดขึ้นแน่ๆ คือเป้าหมายสำคัญคือการทำลายสถิติ ที่ทีมชาติอังกฤษเป็นการลงสนาม  ซึ่งก็ยังมีโอกาสอยู่
    ซึ่งดูแล้วสถิติใหม่ที่ยังไม่ถูกทำให้หยุดนิ่ง คงจะดำเนินและดำรงอยู่ไปอีกหลายสิบปี เพราะนาทีนี้ยังไม่เห็นแม้กระทั่งเงาของคู่แข่งรายถัดไปที่จะมาเขย่าบัลลังก์นี้
    นอกจากจะครองความยิ่งใหญ่ส่วนตัวในสถาบัน “ผีแดง” แล้ว รูนี่ย์ ยังทำลายสถิติของ “ฮอตช็อต” อลัน เชียร์เรอร์ ด้วยการเป็นผู้เล่นที่ยิงประตูนอกบ้านในพรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จที่ 88 ประตู วันเดียวทำลายได้ถึง 2 สถิติ หากทีมงานSBOBET ไม่เรียก รูนี่ย์ ว่าตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่
    ก็ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมายกย่องได้อีก

    Categories: Sbobet, ข่าวกีฬา

    Tags: , ,

    Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *